smartzoo logo
Switch Language
header menu
header menu
นกกระเรียนพันธ์ุไทย
facebook-share-count

15

x-share-count

9

line-share-count

10

google-calendar

นกกระเรียนพันธ์ุไทย 
Eastern Sarus Crane


 ข้อมูลสัตว์ 


ชื่อภาษาไทย: นกกระเรียนพันธ์ุไทย 

ชื่อภาษาอังกฤษ: Eastern Sarus Crane

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Grus antigone sharpii


 อายุเฉลี่ย 


42 ปี


 ขนาดและน้ำหนัก 


5–12 กิโลกรัม


 สถานที่เข้าชม


สวนสัตว์เปิดเขาเขียว

สวนสัตว์เชียงใหม่
สวนสัตว์นครราชสีมา

จำนวนปัจจุบันในสวนสัตว์ (7 แห่ง)
เพศผู้
0
เพศเมีย
0
ไม่ระบุเพศ
0

นกกระเรียนไทย นกใหญ่ใจเดียว

เป็นนกขนาดใหญ่และตัวสูงที่สุดในโลกในกลุ่มนกบินได้ มีจุดเด่นคือลำตัวและปีกสีเทาทั้งตัว หัวและคอตอนบนเป็น สีส้มหรือสีแดง คอและขายาว เวลาบินจะยืดเหยียดตรง เป็นหนึ่งในนกที่มีคู่เดียวตลอดชีวิต เคยสูญพันธุ์ไปแล้วจากประเทศไทย




 สิ่งที่น่าสนใจ


ลักษณะเด่น

            มีลักษณะเด่นคือลำตัวและปีกเป็นสีเทา แต่ส่วนคอตอนบนและส่วนหัวเป็นหนังสีส้มหรือสีแดงไม่มีขน โดยในช่วงฤดู ผสมพันธุ์ หนังบริเวณนี้จะหยาบเป็นตะปุ่มตะป่ำ กลางกระหม่อมเป็นแผ่นหนังเปลือยสีเทาหรือเขียวอ่อน คอยาว มีขายาว สีแดงอมชมพู เวลาบินคอและขาจะเหยียดตรง มีแผ่นขนหูสีเทา ม่านตาสีส้มแดง เมื่อยืนจะมีความสูงประมาณ 150–180 เซนติเมตร ขนาดสูงที่สุดคือประมาณ 200 เซนติเมตร ทำให้สามารถสังเกตเห็นได้ง่ายในที่โล่ง ช่วงปีกยาวประมาณ 220–250 เซนติเมตร โดยตัวผู้จะมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมียเล็กน้อย

นกกระเรียนพันธ์ุไทยมักมีคู่เดียวตลอดชีวิต เหมือนกับนกกระเรียนชนิดอื่นโดยฤดูผสมพันธุ์อยู่ในฤดูฝน นกกระเรียน จะปกป้องอาณาเขตของตัวเองด้วยเสียงร้อง กางปีก และกระโดด ซึ่งดูคล้ายกับกำลังเต้นรำอยู่ 

 

อาหาร :

            อาหารตามธรรมชาติของนกกระเรียนพันธ์ุไทย คือ  ตั๊กแตน กบ หอย งูน้ำ เมล็ดข้าว ปลา และพืชน้ำ ในสวนสัตว์ จะมีการให้อาหารเม็ดร่วมด้วย

 

ถิ่นที่อยู่อาศัย :
 
            พบได้ในประเทศไทย กัมพูชา ลาว และเวียดนาม บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่เกษตรกรรม และทุ่งนา

 

การขยายพันธุ์ :

            จับคู่แบบผัวเดียว เมียเดียว ผสมพันธุ์ในช่วงเดือนกรกฎาคม–กันยายน ทำรังขนาดใหญ่ด้วยกิ่งไม้ขัดสานกัน วางไข่ ครั้งละประมาณ 1–3 ฟอง ระยะฟักไข่ประมาณ 31–34 วัน

 

อายุขัย : 

อายุเฉลี่ยตามธรรมชาติประมาณ 42 ปี
 

สถานะด้านการอนุรักษ์ :

            องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) จัดอยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU - Vulnerable) และเป็นสัตว์ป่าสงวน 1 ใน 20 ชนิด ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562

            ผลกระทบต่อจำนวนประชากรของนกกระเรียนไทย เกิดจากการถูกคุกคามที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหาร ที่มา
จากการเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คน รวมถึงการล่าในอดีต ทำให้เมื่อ 50 ปีที่แล้ว นกกระเรียนไทยได้ถูกระบุเป็นสัตว์ที่สูญพันธุ์ ไปแล้วในธรรมชาติของไทย

            ปัจจุบันองค์การสวนสัตว์ได้มีโครงการปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยคืนสู่ธรรมชาติ โดยในปี พ.ศ.2554 ได้ศึกษา
 เพาะ เลี้ยงจากพ่อแม่พันธุ์ที่มีอยู่ในสวนสัตว์นครราชสีมา ต่อมาเมื่อมีจำนวนมากพอที่จะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ จึงได้พิจารณา พื้นที่เหมาะสม คือบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำเหมาะแก่การอยู่อาศัย ของนก หลายชนิด จึงเริ่มปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยคืนสู่ธรรมชาติตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยความร่วมมือกับกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หน่วยงานราชการในพื้นที่ของจังหวัดบุรีรัมย์ และได้มีการทำความเข้าใจกับคนในชุมชนรอบ ๆ พื้นที่ ทำให้อัตราการอยู่รอดของนกกระเรียนสูงมาก จึงทำให้นกกระเรียนพันธุ์ไทย สามารถกลับมามีชีวิตร่วมกับ วิถีชุมชนแห่งพื้นที่ชุ่มน้ำ จังหวัดบุรีรัมย์อีกครั้ง

 

เกร็ดความรู้ : 

ในประเทศอินเดียนกกระเรียนเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์ในชีวิตแต่งงาน เชื่อกันว่าเมื่อคู่ตาย นกอีกตัวจะเศร้าโศกจนตรอมใจตายตาม


accessibility-icon