นกกระเรียนพันธ์ุไทย
เป็นนกขนาดใหญ่และตัวสูงที่สุดในโลกในกลุ่มนกบินได้ มีจุดเด่นคือลำตัวและปีกสีเทาทั้งตัว หัวและคอตอนบนเป็น สีส้มหรือสีแดง คอและขายาว เวลาบินจะยืดเหยียดตรง เป็นหนึ่งในนกที่มีคู่เดียวตลอดชีวิต เคยสูญพันธุ์ไปแล้วจาก
ประเทศไทยเป็นนกขนาดใหญ่และตัวสูงที่สุดในโลกในกลุ่มนกบินได้ มีจุดเด่นคือลำตัวและปีกสีเทาทั้งตัว หัวและคอตอนบนเป็น สีส้มหรือสีแดง คอและขายาว เวลาบินจะยืดเหยียดตรง เป็นหนึ่งในนกที่มีคู่เดียวตลอดชีวิต เคยสูญพันธุ์ไปแล้วจากประเทศไทย
15
9
10
นกกระเรียนพันธ์ุไทย
Eastern Sarus Crane
| ข้อมูลสัตว์ |
ชื่อภาษาไทย: นกกระเรียนพันธ์ุไทย
ชื่อภาษาอังกฤษ: Eastern Sarus Crane
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Grus antigone sharpii
| อายุเฉลี่ย |
42 ปี
| ขนาดและน้ำหนัก |
5–12 กิโลกรัม
| สถานที่เข้าชม |
สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
สวนสัตว์เชียงใหม่
สวนสัตว์นครราชสีมา
นกกระเรียนไทย นกใหญ่ใจเดียว
เป็นนกขนาดใหญ่และตัวสูงที่สุดในโลกในกลุ่มนกบินได้ มีจุดเด่นคือลำตัวและปีกสีเทาทั้งตัว หัวและคอตอนบนเป็น สีส้มหรือสีแดง คอและขายาว เวลาบินจะยืดเหยียดตรง เป็นหนึ่งในนกที่มีคู่เดียวตลอดชีวิต เคยสูญพันธุ์ไปแล้วจากประเทศไทย
สิ่งที่น่าสนใจ
ลักษณะเด่น
มีลักษณะเด่นคือลำตัวและปีกเป็นสีเทา แต่ส่วนคอตอนบนและส่วนหัวเป็นหนังสีส้มหรือสีแดงไม่มีขน โดยในช่วงฤดู ผสมพันธุ์ หนังบริเวณนี้จะหยาบเป็นตะปุ่มตะป่ำ กลางกระหม่อมเป็นแผ่นหนังเปลือยสีเทาหรือเขียวอ่อน คอยาว มีขายาว สีแดงอมชมพู เวลาบินคอและขาจะเหยียดตรง มีแผ่นขนหูสีเทา ม่านตาสีส้มแดง เมื่อยืนจะมีความสูงประมาณ 150–180 เซนติเมตร ขนาดสูงที่สุดคือประมาณ 200 เซนติเมตร ทำให้สามารถสังเกตเห็นได้ง่ายในที่โล่ง ช่วงปีกยาวประมาณ 220–250 เซนติเมตร โดยตัวผู้จะมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมียเล็กน้อย
นกกระเรียนพันธ์ุไทยมักมีคู่เดียวตลอดชีวิต เหมือนกับนกกระเรียนชนิดอื่นโดยฤดูผสมพันธุ์อยู่ในฤดูฝน นกกระเรียน จะปกป้องอาณาเขตของตัวเองด้วยเสียงร้อง กางปีก และกระโดด ซึ่งดูคล้ายกับกำลังเต้นรำอยู่
อาหาร :
อาหารตามธรรมชาติของนกกระเรียนพันธ์ุไทย คือ ตั๊กแตน กบ หอย งูน้ำ เมล็ดข้าว ปลา และพืชน้ำ ในสวนสัตว์ จะมีการให้อาหารเม็ดร่วมด้วย
ถิ่นที่อยู่อาศัย :
พบได้ในประเทศไทย กัมพูชา ลาว และเวียดนาม บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่เกษตรกรรม และทุ่งนา
การขยายพันธุ์ :
จับคู่แบบผัวเดียว เมียเดียว ผสมพันธุ์ในช่วงเดือนกรกฎาคม–กันยายน ทำรังขนาดใหญ่ด้วยกิ่งไม้ขัดสานกัน วางไข่ ครั้งละประมาณ 1–3 ฟอง ระยะฟักไข่ประมาณ 31–34 วัน
อายุขัย :
อายุเฉลี่ยตามธรรมชาติประมาณ 42 ปี
สถานะด้านการอนุรักษ์ :
องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) จัดอยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (VU - Vulnerable) และเป็นสัตว์ป่าสงวน 1 ใน 20 ชนิด ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562
ผลกระทบต่อจำนวนประชากรของนกกระเรียนไทย เกิดจากการถูกคุกคามที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหาร ที่มา
จากการเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คน รวมถึงการล่าในอดีต ทำให้เมื่อ 50 ปีที่แล้ว นกกระเรียนไทยได้ถูกระบุเป็นสัตว์ที่สูญพันธุ์ ไปแล้วในธรรมชาติของไทย
ปัจจุบันองค์การสวนสัตว์ได้มีโครงการปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยคืนสู่ธรรมชาติ โดยในปี พ.ศ.2554 ได้ศึกษา
เพาะ เลี้ยงจากพ่อแม่พันธุ์ที่มีอยู่ในสวนสัตว์นครราชสีมา ต่อมาเมื่อมีจำนวนมากพอที่จะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ จึงได้พิจารณา พื้นที่เหมาะสม คือบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำเหมาะแก่การอยู่อาศัย ของนก หลายชนิด จึงเริ่มปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยคืนสู่ธรรมชาติตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยความร่วมมือกับกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หน่วยงานราชการในพื้นที่ของจังหวัดบุรีรัมย์ และได้มีการทำความเข้าใจกับคนในชุมชนรอบ ๆ พื้นที่ ทำให้อัตราการอยู่รอดของนกกระเรียนสูงมาก จึงทำให้นกกระเรียนพันธุ์ไทย สามารถกลับมามีชีวิตร่วมกับ วิถีชุมชนแห่งพื้นที่ชุ่มน้ำ จังหวัดบุรีรัมย์อีกครั้ง
เกร็ดความรู้ :
ในประเทศอินเดียนกกระเรียนเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์ในชีวิตแต่งงาน เชื่อกันว่าเมื่อคู่ตาย นกอีกตัวจะเศร้าโศกจนตรอมใจตายตาม
